<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thai Beauty Health</title>
	<atom:link href="http://www.thaibeautyhealth.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thaibeautyhealth.com</link>
	<description>จำหน่ายน้ำมันรำข้าว จมูกข้าว Vital Star และ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร</description>
	<lastBuildDate>Sat, 25 Feb 2012 21:24:56 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>รู้ไว้ใช่ว่า&#8230; เกี่ยวกับเรื่องความอ้วน</title>
		<link>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/</link>
		<comments>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 25 Feb 2012 20:45:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[การอดอาหาร]]></category>
		<category><![CDATA[ความอ้วน]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์กล้ามเนื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[เซลล์ไขมัน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaibeautyhealth.com/?p=918</guid>
		<description><![CDATA[เซลล์ไขมัน ขอเริ่มที่ ‘เซลล์ไขมัน&#8216; ชื่อที่ฟังแล้วแสนจะแสลงหู ก่อน คุณทราบหรือไม่ว่า ในร่างกายของคนปกติทั่วไป จะมีเซลล์ไขมันอยู่ราว 40 พันล้านเซลล์ จำนวนเซลล์ที่มากขนาดนี้ไม่ได้มีมาแต่แรกเกิดหรอกนะคะ ร่างกายมาทยอยสร้างเอาภายหลัง ว่ากันว่าในชั่วชีวิตหนึ่งของคนเรา เซลล์ไขมันจะมีการเพิ่มจำนวนตามช่วงวัยดังนี้ วัยทารก วัยเด็ก และช่วงย่างเข้าวัยรุ่น พอถึงวัยผู้ใหญ่ก็จะมีจำนวนคงที่ไปตลอดชั่วชีวิต โดยเซลล์เก่าที่ตายไปบางส่วน (ประมาณ 10%) จะมีเซลล์ไขมันใหม่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนค่ะ ลักษณะของเซลล์ไขมันนั้น จะเหมือนเป็นเซลล์ว่างเปล่าค่ะ เพราะว่าในแต่ละเซลล์บรรจุไขมันไว้จนกินเนื้อที่เกือบทั้งหมด แถมยังมีคุณสมบัติที่สาวๆ ฟังแล้วต้องไม่ปลื้มแน่ๆ นั่นก็คือ มันสามารถขยายขนาดเพื่อรองรับปริมาณไขมันได้มากถึง 6 เท่าตัวเลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าคุณกินอาหารจนล้นเกิน ร่างกายก็จะเก็บพลังงานส่วนเกินนี้ไว้ในเซลล์ไขมัน ทำให้เซลล์ไขมันขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ จนคุณกลายเป็นคนอ้วนได้ยังไงล่ะคะ นอกจากคุณสมบัติยืดได้ ขยายได้ดังกล่าว เซลล์ไขมันยังสามารถแบ่งเซลล์เพิ่มจนเกินจำนวนที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติได้ ด้วย อย่างในกรณีร่างกายได้รับพลังงานล้นเกินมากๆ ในช่วงที่เซลล์ไขมันกำลังเพิ่มขึ้นตามวัย (เช่น ในช่วงวัยเด็ก) ไม่เพียงเซลล์ไขมันจะขยายขนาด เพื่อรองรับไขมันส่วนเกิน ขณะเดียวกันก็จะแบ่งเซลล์เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับไขมันให้ได้มาก ขึ้นด้วย บางตำราก็ว่าเพิ่มได้กว่าสองเท่าตัวเลยทีเดียว (เพิ่มได้ถึง 100 พันล้านเซลล์) แถมเซลล์ไขมันเหล่านี้ยังเข้าข่ายทนทายาด นั่นก็คือลองมันได้เพิ่มจำนวนแล้วก็ยากที่จะลดจำนวนลงได้ง่ายๆ เด็กที่เคยอ้วนมาก่อนเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<h4><strong>เซลล์ไขมัน</strong></h4>
<p>ขอเริ่มที่ ‘<em>เซลล์ไขมัน</em>&#8216; ชื่อที่ฟังแล้วแสนจะแสลงหู ก่อน คุณทราบหรือไม่ว่า ในร่างกายของคนปกติทั่วไป จะมีเซลล์ไขมันอยู่ราว 40 พันล้านเซลล์ จำนวนเซลล์ที่มากขนาดนี้ไม่ได้มีมาแต่แรกเกิดหรอกนะคะ ร่างกายมาทยอยสร้างเอาภายหลัง ว่ากันว่าในชั่วชีวิตหนึ่งของคนเรา เซลล์ไขมันจะมีการเพิ่มจำนวนตามช่วงวัยดังนี้ วัยทารก วัยเด็ก และช่วงย่างเข้าวัยรุ่น พอถึงวัยผู้ใหญ่ก็จะมีจำนวนคงที่ไปตลอดชั่วชีวิต โดยเซลล์เก่าที่ตายไปบางส่วน (ประมาณ 10%) จะมีเซลล์ไขมันใหม่ถูกสร้างขึ้นมาทดแทนค่ะ</p>
<p>ลักษณะของเซลล์ไขมันนั้น จะเหมือนเป็นเซลล์ว่างเปล่าค่ะ เพราะว่าในแต่ละเซลล์บรรจุไขมันไว้จนกินเนื้อที่เกือบทั้งหมด แถมยังมีคุณสมบัติที่สาวๆ ฟังแล้วต้องไม่ปลื้มแน่ๆ นั่นก็คือ มันสามารถขยายขนาดเพื่อรองรับปริมาณไขมันได้มากถึง 6 เท่าตัวเลยทีเดียว ดังนั้น ถ้าคุณกินอาหารจนล้นเกิน ร่างกายก็จะเก็บพลังงานส่วนเกินนี้ไว้ในเซลล์ไขมัน ทำให้เซลล์ไขมันขยายขนาดขึ้นเรื่อยๆ จนคุณกลายเป็นคนอ้วนได้ยังไงล่ะคะ</p>
<p>นอกจากคุณสมบัติยืดได้ ขยายได้ดังกล่าว เซลล์ไขมันยังสามารถแบ่งเซลล์เพิ่มจนเกินจำนวนที่ควรจะเป็นตามธรรมชาติได้ ด้วย อย่างในกรณีร่างกายได้รับพลังงานล้นเกินมากๆ ในช่วงที่เซลล์ไขมันกำลังเพิ่มขึ้นตามวัย (เช่น ในช่วงวัยเด็ก) ไม่เพียงเซลล์ไขมันจะขยายขนาด เพื่อรองรับไขมันส่วนเกิน ขณะเดียวกันก็จะแบ่งเซลล์เพื่อเพิ่มความสามารถในการรองรับไขมันให้ได้มาก ขึ้นด้วย บางตำราก็ว่าเพิ่มได้กว่าสองเท่าตัวเลยทีเดียว (เพิ่มได้ถึง 100 พันล้านเซลล์)</p>
<p>แถมเซลล์ไขมันเหล่านี้ยังเข้าข่ายทนทายาด นั่นก็คือลองมันได้เพิ่มจำนวนแล้วก็ยากที่จะลดจำนวนลงได้ง่ายๆ เด็กที่เคยอ้วนมาก่อนเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ (ถึงจะไม่อ้วนแล้วก็ตาม) จึงมีจำนวนเซลล์ไขมันในร่างกายสูงกว่าผู้ใหญ่ทั่วไปมาก นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเด็กอ้วนถึงมีแนวโน้มเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วนได้ง่ายในอนาคต</p>
<p>ไม่เพียงแต่จะเป็นคนอ้วนง่ายเมื่อโตขึ้นเท่านั้น ผู้ใหญ่ที่เคยอ้วนในวัยเด็กแล้วมาอ้วนเมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ การจะลดความอ้วนจะทำได้ยากมากๆ ค่ะ เพราะจำนวนเซลล์ไขมันมีมากและยังมีขนาดใหญ่ เจอสองเด้งอย่างนี้ก็เตรียมทำใจไว้เลยค่ะว่าต้องใช้ความพยายามในการรีด น้ำหนักมากกว่าคนอื่น คนอื่นที่ว่านี้หมายถึง คนที่มาอ้วนภายหลังจากโตเป็นผู้ใหญ่แล้วค่ะ เพราะคนกลุ่มนี้จะมีจำนวนเซลล์ไขมันในร่างกายไม่ต่างจากคนปกติคือประมาณ 40 พันล้านเซลล์ ถ้าจะมีเพิ่มก็เพิ่มไม่มากนัก ที่อ้วนเป็นเพราะเซลล์ไขมันขยายขนาดใหญ่ขึ้น อย่างนี้นี่ลดไม่ยากเท่าไหร่ แค่ทำให้เซลล์ไขมันมีขนาดเล็กลงก็ผอมได้</p>
<h4><strong><em>เซลล์กล้ามเนื้อ</em></strong></h4>
<p>ทีนี้มาดูเรื่องของ ‘<em>เซลล์กล้ามเนื้อ</em>&#8216; บ้าง คงสงสัยกันล่ะสิว่า เซลล์กล้ามเนื้อเกี่ยวข้องกับการ ลดความอ้วนยังไง</p>
<p>เกี่ยวแน่นอนค่ะ เพราะเซลล์กล้ามเนื้อเป็นเซลล์ที่ต้องการพลังงานมากและต้องใช้พลังงานตลอด เวลา ไม่เว้นแม้แต่เวลานั่งหรือเวลานอน หากเทียบกับเซลล์ไขมันแล้ว เซลล์กล้ามเนื้อใช้พลังงานมากกว่าเซลล์ไขมันประมาณ 25-30 เท่าเลยทีเดียว เซลล์กล้ามเนื้อจึงเปรียบเหมือน ‘เตาเผาพลังงาน&#8217; ของร่างกายดีๆ นี่เอง ฉะนั้น ยิ่งคุณมีมวลกล้ามเนื้อในร่างกายมาก การเผาผลาญพลังงานก็จะยิ่งมากตามไปด้วย จึงเป็นผลดีต่อการรีดพลังงานหรือไขมันส่วนเกินในร่างกายยังไงล่ะคะ</p>
<p>แต่คนส่วนใหญ่มักไม่ค่อยรู้ถึงข้อดีของมวลกล้ามเนื้อในจุดนี้ แถมยังลดน้ำหนักด้วยวิธีผิดๆ อย่าง ‘<em>การอดอาหาร</em>&#8216; แบบเร่งด่วนเพื่อให้น้ำหนักลดลงเร็วๆ วิธีนี้จะเป็นการช็อคร่างกายทำให้ร่างกายพยายามเซฟพลังงานเอาไว้ให้มากที่ สุดเพื่อไม่ให้อดตาย โดยพยายามลดเซลล์ที่ต้องการพลังงานมากๆ ซึ่งก็คือเซลล์กล้ามเนื้อลง และถ้าคุณยังคงอดอาหารต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ร่างกายก็จะดึงเอากล้ามเนื้อออกมา เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานด้วย ทำให้มวลกล้ามเนื้อค่อยๆ สลายและลดจำนวนลง</p>
<p>การที่มวลกล้ามเนื้อลดลง พอคุณเลิกอดอาหารกลับมากินเหมือนเดิม พลังงานที่กินเข้าไปแม้จะไม่มากนัก ก็ยังเป็นส่วนเกินอยู่ดี เพราะร่างกายขาดเตาเผาพลังงานชั้นดีไปเยอะ พลังงานส่วนเกินก็จะถูกดึงไปสะสมที่เซลล์ไขมัน และอย่างที่บอกไปว่าเซลล์ไขมันเก็บไขมันได้ไม่จำกัด คราวนี้คุณก็จะกลับมาอ้วนเหมือนเดิม แถมยังจะเจอ โย-โย่ เอฟเฟ็กต์ จนอ้วนกว่าเก่าเสียอีก</p>
<p>เห็นความสำคัญของมวลกล้ามเนื้ออย่างนี้แล้ว ใครคิดจะลดความอ้วนก็อย่าเลือกวิธีที่ทำให้มวลกล้ามเนื้อลดลงอย่างการอด อาหารนะคะ วิธีง่ายๆ ที่จะคงมวลกล้ามเนื้อไว้ได้ก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่ ก็อย่างที่เราเคยแนะนำไปในฉบับก่อนๆ นั่นคือ การควบคุมอาหารควบคู่ไปกับการออกกำลังกายแบบแอโรบิค ซึ่งไม่เพียงช่วยคงมวลกล้ามเนื้อเอาไว้ยังอาจช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้ด้วย ถือเป็นกำไรสองเด้งไปค่ะ</p>
<p>อ่านมาถึงบรรทัดนี้แล้ว ก็ได้แต่หวังว่า ผู้อ่านโดยเฉพาะสาวๆจะรับมือกับไขมันส่วนเกินอย่างเข้าใจมากขึ้น ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้ใครก็ตามที่กำลังประกาศสงครามกับเจ้าไขมันส่วนเกิน จำไว้ว่า ไม่มีอะไรยากเกินความพยายามค่ะ</p>
<address>ข้อมูลจาก : โรงพยาบาลยันฮี</address>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2-%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สาเหตุของปัญหาการลดน้ำหนักที่ไม่ได้ผล</title>
		<link>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/</link>
		<comments>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 25 Feb 2012 20:39:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[ปัญหาการลดน้ำหนัก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaibeautyhealth.com/?p=915</guid>
		<description><![CDATA[ทุกคนเคยคิดเคยสงสัยกันไหมว่า… จะมีสูตรลดน้ำหนักหรือเคล็ดลับอะไร ที่จะมาทำให้น้ำหนักลดลง ทำให้ความอ้วนหายไป จะมีสักกี่วิธีที่ช่วยให้สาวๆ หุ่นดี แม้สาวๆ จะลองลดน้ำหนักมาหลายวิธี แต่ปัญหาการลดน้ำหนักก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะได้ผล การลดน้ำหนักไม่ได้ผล มันมีสาเหตุหลายอย่าง  และวันนี้เราก็จะคุณผู้หญิงมาไขปัญหาการลดน้ำหนักที่ไม่ได้ผลพร้อมกับบอก ถึงสาเหตุที่น้ำหนักไม่ลดลงสักที เพื่อให้คุณผู้หญิงได้ลองนำปัญหาการลดน้ำหนักที่ไม่ได้ผลเหล่านั้นไปปรับใช้ กับตัวของคุณดูค่ะ และคุณผู้หญิงได้รู้ถึงสาเหตุการลดน้ำหนักที่แน่นอนของตัวคุณเองแล้ว ต่อไปเรื่องการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนก็จะไม่เป็นอุปสรรค์และง่ายขึ้นอีก ด้วยค่ะ ปัญหาการลดน้ำหนักที่ไม่ได้ผล - การกักเก็บน้ำ ลองลดอาหารที่เป็นสาเหตุของการกับเก็บน้ำในร่างกายมากขึ้น เช่น เกลือ น้ำอัดลม ฯลฯ และหันมากินผลไม้อย่างแตงโม ส้ม ซึ่งจะช่วยลดการกักเก็บน้ำและขจัดน้ำในร่างกายได้มาก - แพ้อาหาร อาการแพ้อาหารอาจเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่อาจทำให้น้ำหนักตัวของ คุณไม่ขยับลง การแพ้อาหารที่ส่งผลต่อน้ำหนักที่พบกันมากที่สุด คือ การแพ้ข้าวสาลี เนื่องจากข้าวสาลีมีส่วนผสมของกลูเตนที่อาจรบกวนระบบการย่อย การแพ้ข้าวสาลีจึงทำให้มีปัญหาในการย่อยอาหารมีอาการท้องผูก ท้องอืด คลื่นไส้ เป็นตะคริวง่าย อารมณ์แปรปรวน และอยากอาหาร นอกจากนี้อาจเช็คอาการแพ้อย่างอื่นด้วยเพราะอาจส่งต่อน้ำหนักตัวและเกิด อาการบวมได้เช่นกัน - พันธุกรรม ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า พันธุกรรมมีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคอ้วนถึง 30-40% อย่างไรก็ตามถ้าคุณบังเอิญมียีนอ้วนก็ใช่จะหมดหวังว่าจะลดน้ำหนักไม่ได้ เพราะนักวิจัยชาวเยอรมันพบว่า คนที่ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone" title="ลดนำหนัก" src="http://www.thaibeautyhealth.com/wp-content/uploads/2012/02/12929532481.jpg" alt="" width="300" height="300" /><br />
<em>ทุกคนเคยคิดเคยสงสัยกันไหมว่า… จะมีสูตรลดน้ำหนักหรือเคล็ดลับอะไร ที่จะมาทำให้น้ำหนักลดลง ทำให้ความอ้วนหายไป จะมีสักกี่วิธีที่ช่วยให้สาวๆ หุ่นดี</em></p>
<div>แม้สาวๆ จะลองลดน้ำหนักมาหลายวิธี แต่ปัญหาการลดน้ำหนักก็ไม่เห็นวี่แววว่าจะได้ผล การลดน้ำหนักไม่ได้ผล มันมีสาเหตุหลายอย่าง  และวันนี้เราก็จะคุณผู้หญิงมาไขปัญหาการลดน้ำหนักที่ไม่ได้ผลพร้อมกับบอก ถึงสาเหตุที่น้ำหนักไม่ลดลงสักที เพื่อให้คุณผู้หญิงได้ลองนำปัญหาการลดน้ำหนักที่ไม่ได้ผลเหล่านั้นไปปรับใช้ กับตัวของคุณดูค่ะ และคุณผู้หญิงได้รู้ถึงสาเหตุการลดน้ำหนักที่แน่นอนของตัวคุณเองแล้ว ต่อไปเรื่องการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนก็จะไม่เป็นอุปสรรค์และง่ายขึ้นอีก ด้วยค่ะ</div>
<div></div>
<h4><strong>ปัญหาการลดน้ำหนักที่ไม่ได้ผล</strong></h4>
<div><strong>- การกักเก็บน้ำ </strong>ลองลดอาหารที่เป็นสาเหตุของการกับเก็บน้ำในร่างกายมากขึ้น เช่น เกลือ น้ำอัดลม ฯลฯ และหันมากินผลไม้อย่างแตงโม ส้ม ซึ่งจะช่วยลดการกักเก็บน้ำและขจัดน้ำในร่างกายได้มาก</div>
<div></div>
<div><strong>- แพ้อาหาร</strong> อาการแพ้อาหารอาจเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่อาจทำให้น้ำหนักตัวของ คุณไม่ขยับลง การแพ้อาหารที่ส่งผลต่อน้ำหนักที่พบกันมากที่สุด คือ การแพ้ข้าวสาลี เนื่องจากข้าวสาลีมีส่วนผสมของกลูเตนที่อาจรบกวนระบบการย่อย การแพ้ข้าวสาลีจึงทำให้มีปัญหาในการย่อยอาหารมีอาการท้องผูก ท้องอืด คลื่นไส้ เป็นตะคริวง่าย อารมณ์แปรปรวน และอยากอาหาร นอกจากนี้อาจเช็คอาการแพ้อย่างอื่นด้วยเพราะอาจส่งต่อน้ำหนักตัวและเกิด อาการบวมได้เช่นกัน</div>
<div></div>
<div><strong>- พันธุกรรม </strong>ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า พันธุกรรมมีความสัมพันธ์กับการเป็นโรคอ้วนถึง 30-40% อย่างไรก็ตามถ้าคุณบังเอิญมียีนอ้วนก็ใช่จะหมดหวังว่าจะลดน้ำหนักไม่ได้ เพราะนักวิจัยชาวเยอรมันพบว่า คนที่ออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ชั่วโมง ก็อาจช่วยลดน้ำหนักได้</div>
<div></div>
<div><strong>- การออกกำลังกายแบบเดิม ๆ </strong>ร่างกายของเราสามารถปรับตัวให้เข้ากับกิจวัตรการออกกำลังกายที่คุณทำ เป็นประจำ โดยใช้พลังงานน้อยลง ดังนั้น การเปลี่ยนกิจวัตรการออกกำลังกายหรือลองออกกำลังแบบใหม่ ๆ จะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้นซึ่งจะช่วยเผาผลาญพลังงานของ ร่างกาย</div>
<div></div>
<div><strong>- นอนไม่พอ </strong>งานวิจัยหลายชิ้นพบความเชื่อมโยงระหว่างการนอนหลับกับฮอร์โมนที่มี อิทธิพลต่อพฤติกรรมการกินของเรา ซึ่งได้แก่ ฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) ที่รับผิดชอบต่อความรู้สึกหิวและเลปติน (Leptin) ที่จะบอกสมองว่า เมื่อไหร่ควรจะหยุดกินแต่ถ้าคุณนอนไม่พอฮอร์โมนเกรลินจะเพิ่มขึ้น ขณะที่เลปตินจะลดลงผลก็คือความอยากเพิ่มขึ้นและไม่รู้สึกอิ่ม</div>
<div></div>
<div>คนส่วนใหญ่ต้องการนอนประมาณวันละ 7-9 ชั่วโมง บางคนนอนมาก บางคนนอนน้อย แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่านอนแค่ไหนถึงจะพอ? ผู้เชี่ยวชาญบอกว่า ให้นอนนานที่สุดเท่าที่ต้องการติดต่อกันหลาย ๆ วัน จากนั้นการนอนของคุณจะคงที่ และคุณจะพบได้ว่า ตัวเองตื่นเองได้หลังจากนอนครบชั่วโมงที่ต้องการ (บวกลบ 15 นาที) เมื่อรู้ว่าตัวเองนอนเท่าไหร่ก็ทำเป็นกิจวัตรจะช่วยลดน้ำหนักได้</div>
<div></div>
<address>ขอขอบคุณข้อมูลจาก ขอขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต</address>
<address>ที่มา  http://www.108health.com/</address>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8%ab%e0%b8%95%e0%b8%b8%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%b1%e0%b8%8d%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว (Rice Bran Oil) อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ</title>
		<link>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/rice-bran-oil/</link>
		<comments>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/rice-bran-oil/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 29 Jan 2012 20:01:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Rice Bran Oil]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันรำข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thaibeautyhealth.com/?p=832</guid>
		<description><![CDATA[น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว (Rice Bran Oil) อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว ต่อต้านโรคมะเร็ง เบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต่อต้านอนุมูลอิสระ น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว ได้มาจากการนำเอารำข้าวและจมูกข้าวที่เราสีครั้งที่สอง (ครั้งแรกเป็นการสีแกลบออก) นำรำข้าวและจมูกข้าวมาบีบอัดเอาน้ำมันออกมา โดยน้ำมันที่ได้นั้นเชื่อว่าเป็นน้ำมันที่ดีที่สุด รำข้าวเป็นแหล่งของน้ำมันที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี,โทโคฟีรอล และ แกมมา ออไรซานอล รำข้าว แท้จริงก็คือเยื่อสีทองที่ห่อหุ้มเมล็ดข้าวกล้องหรือข้าวทั่วไป ซึ่งเป็นส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุดของข้าว น้ำมันที่ได้จากรำข้าว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากนำข้าวที่มีรำข้าวอยู่ มาผ่านกระบวนการบีบอัดและได้น้ำมันออกมา..เราถึงเรียกว่า “น้ำมันรำข้าว” ปัจจุบันมีผู้ผลิตน้ำมันรำข้าวจมูกข้าวเป็นแคปซูล จำหน่ายเป็นอาหารเสริม นอกจากนี้ น้ำมันรำข้าว สามารถ ใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อาหารสัตว์ การใช้กรดไขมันอิสระในการผลิตสบู่การใช้ไขเป็นส่วนผสมในการขัดเงาต่าง ๆ และ เครื่องสำอางค์ จะเห็นว่ารำข้าวหรือน้ำมันที่ได้จากรำข้าว มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเรื่องคอเลสเตอรอล น้ำมันรำข้าวยังช่วยลดระดับคอเรสตอรอลในเส้นเลือด อีกทั้งช่วยเพิ่มหรือคงคอเรสตอรอลตัวดี และน้ำมันรำข้าวมีจุดเกิดควันสูง เลยเหมาะกับการทอดอีกด้วย เมล็ดข้าวที่ทุกวันนี้เราได้ทานเป็นประจำ โดยไม่ได้นึกถึงส่วนที่ดีที่สุดของข้าว ไป นั่นคือ รำข้าวและจมูกข้าวที่ เป็นส่วนสะสมสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งไฟเบอร์ชั้นดี แหล่งวิตามินดี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว (Rice Bran Oil)</strong> อาหารเสริมเพื่อสุขภาพ น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว ต่อต้านโรคมะเร็ง เบาหวาน ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต่อต้านอนุมูลอิสระ น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว ได้มาจากการนำเอารำข้าวและจมูกข้าวที่เราสีครั้งที่สอง (ครั้งแรกเป็นการสีแกลบออก) นำรำข้าวและจมูกข้าวมาบีบอัดเอาน้ำมันออกมา โดยน้ำมันที่ได้นั้นเชื่อว่าเป็นน้ำมันที่ดีที่สุด รำข้าวเป็นแหล่งของน้ำมันที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ <span id="more-832"></span>เช่น วิตามินอี,โทโคฟีรอล และ แกมมา ออไรซานอล รำข้าว แท้จริงก็คือเยื่อสีทองที่ห่อหุ้มเมล็ดข้าวกล้องหรือข้าวทั่วไป ซึ่งเป็นส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุดของข้าว น้ำมันที่ได้จากรำข้าว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากนำข้าวที่มีรำข้าวอยู่ มาผ่านกระบวนการบีบอัดและได้น้ำมันออกมา..เราถึงเรียกว่า “น้ำมันรำข้าว” ปัจจุบันมีผู้ผลิตน้ำมันรำข้าวจมูกข้าวเป็นแคปซูล จำหน่ายเป็นอาหารเสริม นอกจากนี้ น้ำมันรำข้าว สามารถ ใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อาหารสัตว์ การใช้กรดไขมันอิสระในการผลิตสบู่การใช้ไขเป็นส่วนผสมในการขัดเงาต่าง ๆ และ เครื่องสำอางค์ จะเห็นว่ารำข้าวหรือน้ำมันที่ได้จากรำข้าว มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเรื่องคอเลสเตอรอล น้ำมันรำข้าวยังช่วยลดระดับคอเรสตอรอลในเส้นเลือด อีกทั้งช่วยเพิ่มหรือคงคอเรสตอรอลตัวดี และน้ำมันรำข้าวมีจุดเกิดควันสูง เลยเหมาะกับการทอดอีกด้วย</p>
<p>เมล็ดข้าวที่ทุกวันนี้เราได้ทานเป็นประจำ โดยไม่ได้นึกถึงส่วนที่ดีที่สุดของข้าว ไป นั่นคือ <strong>รำข้าวและจมูกข้าว</strong>ที่ เป็นส่วนสะสมสารอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งไฟเบอร์ชั้นดี แหล่งวิตามินดี วิตามินบี ฯลฯ ซึ่งรวมแล้วมากกว่า 20 ชนิด สารอาหารใน<strong>รำข้าวและจมูกข้าว</strong>นั้นมีประโยชน์มากมาย สามารถช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายแข็งแรง</p>
<p><strong>น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว</strong> ได้มาจากการนำเอา<strong>รำข้าวและจมูกข้าว</strong>ที่เราสี ครั้งที่สอง <em>(ครั้งแรกเป็นการสีแกลบออก) </em>นำ รำข้าวและจมูกข้าวมาบีบอัดเอาน้ำมันออกมา โดยน้ำมันที่ได้นั้นเชื่อว่าเป็นน้ำมันที่ดีที่สุด รำข้าวเป็นแหล่งของน้ำมันที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินอี, โทโคฟีรอล และ แกมมา ออไรซานอล</p>
<p><strong>รำข้าว</strong> แท้จริงก็คือเยื่อสีทองที่ห่อหุ้มเมล็ดข้าวกล้องหรือข้าวทั่วไป ซึ่งเป็นส่วนที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงที่สุดของข้าว น้ำมันที่ได้จากรำข้าว ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากนำข้าวที่มีรำข้าวอยู่ มาผ่านกระบวนการบีบอัดและได้น้ำมันออกมา..เราถึงเรียกว่า “<strong>น้ำมันรำข้าว</strong>”</p>
<p><strong>น้ำมันรำข้าว</strong>เป็นน้ำมันพืชชนิดหนึ่ง <strong>น้ำมันรำข้าว</strong>อุดม ไปด้วยวิตามินและ สารธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพทั้งวิตามินอี และกลุ่มโทโคฟีรอล (Tocopherol) และโทโคไตรอีนอล (Tocotrienol) รวมทั้งโอรีซานอล (Oryzanol) ที่ ช่วยลดคอเลสเตอรอลและช่วยต้านอนุมูลอิสระ ป้องกันการเกิดออกซิเดชั่น ทำให้ไม่ต้องใส่สารกันหืนใน<strong>น้ำมันรำข้าว</strong> ถ้าเป็นน้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันปาล์มจะหืนเร็ว การจะตั้งวางขายได้นานๆ ต้องใส่ตัวช่วยพวกสารกันหืนสังเคราะห์) อันเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งและโรคหัวใจ นอกจากนี้ รำข้าวที่นำมาสกัดน้ำมันยังมีส่วนของ<strong>จมูกข้าว</strong>อยู่ด้วยถึง 30% ทำให้<strong>น้ำมันรำข้าว</strong>อุดมสารอาหารที่มีคุณค่ามากมาย</p>
<p>ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่สกัดจากส่วนที่เป็น<strong>จมูกข้าว</strong>และ เยื่อหุ้มเมล็ดข้าว จากข้าวหอมมะลิพันธ์ Oryza Blaberrima อุดมด้วยสารอาหารที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกาย บำบัดอาการของโรคร้าย ช่วยให้ร่างกายแข็งแรงชะลอความแก่ และช่วยต้านทานโรค</p>
<p>ปัจจุบันมีผู้ผลิต<strong>น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว</strong>เป็นแคปซูล จำหน่ายเป็นอาหารเสริม นอกจากนี้ <strong>น้ำมันรำข้าว </strong>สามารถ ใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น อาหารสัตว์ การใช้กรดไขมันอิสระในการผลิตสบู่การใช้ไขเป็นส่วนผสมในการขัดเงาต่าง ๆ และ เครื่องสำอางค์</p>
<p>จะเห็นว่า<strong>รำข้าว</strong>หรือน้ำมันที่ได้จาก<strong>รำข้าว</strong> มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะคนที่มีปัญหาเรื่องคอเลสเตอรอล <strong>น้ำมันรำข้าว</strong>ยังช่วยลดระดับคอเรสตอรอลในเส้นเลือด อีกทั้งช่วยเพิ่มหรือคงคอเรสตอรอลตัวดี และ<strong>น้ำมันรำข้าว</strong>มีจุดเกิดควันสูง เลยเหมาะกับการทอดอีกด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/rice-bran-oil/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ความพิเศษของน้ำมันรำข้าวจมูกข้าว</title>
		<link>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 04 Sep 2011 23:32:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bass</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[คุณสมบัติน้ำมันรำข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://yourinspirationweb.com/demo/sommerce/?p=105</guid>
		<description><![CDATA[น้ำมันรำข้าวจมูกข้าวนั้นเป็นอาหารเสริมที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยตั้งแต่วัยเด็กที่ใช้สำหรับบำรุงสมอง วัยหนุ่มสาวที่ต้องการให้ผิวพรรณผ่องใส บำรุงสุขภาพ สำหรับวัยทอง จนถึงวัยชรา โดยใช้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้นสารสำคัญในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ที่มีผลต่อการ ปรับ สมดุลของระบบเลือด (Blood Circulation) ทำให้เกิดผลดีในแง่ของการเพิ่มการ ไหลเวียนของเลือดและระบบควบคุมน้ำตาลในเลือดอีกด้วย ความพิเศษของน้ำมันรำข้าวจมูกข้าว เป็นแหล่งที่ ครบถ้วนด้วยสารอาหารที่สำคัญ ได้แก่ วิตามิน, กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว และ กรดไขมันที่จำเป็น, สารต้านอนุมูลอิสระ, สารช่วยลดคอเลสเตอรอล, มีโปรตีนสูง อันจะช่วยให้บำรุงกล้ามเนื้อ ระบบเลือด ระบบประสาทและฟัน ใช้การ บรรจุด้วยเทคโนโลยีพิเศษที่ง่ายต่อการรับประทาน และช่วยป้องกันการสูญเสียคุณภาพของน้ำมัน โดยมีแกมมาออริซานอลสูงเนื่องจากใช้กระบวนการทีไม่ผ่านความร้อน (บีบเย็น) ให้คุณประโยชน์มากที่สุดจากรำข้าวและจมูกข้าว จากกระบวนการสีข้าวครั้งแรก น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว มีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้ ป้องกันโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์ บำรุงสมอง บำรุงระบบประสาท ป้องกันโรคมะเร็ง บำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส และชะลอความแก่ ช่วยลดอาการผิดปกติจากโรคกระเพาะอักเสบ และโรคลำไส้ ควบคุมความสมดุลของระดับฮอร์โมนในร่างกาย และมีส่วนช่วยรักษาอาการผิดปกติ จากภาวะหมดประจำเดือนของสตรีวัยทอง บำรุงดวงตา และระบบการมองเห็น ช่วยให้สายตาใช้งานได้ดีอยู่เสมอ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย ช่วยให้หลับสนิท จิตใจเบิกบาน จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ - มีปริมาณสารแกมม่าโอไรซานอลจำนวนมากที่สุดถึง 48 มิลลิกรัมต่อแคปซูล - บรรจุภายใน Licap ซึ่งเป็นแคปซูลแข็งทำจากแป้ง ผ่านกระบวนการ hydrolysis ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยล่าสุด รูปทรงสวยงาม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>น้ำมันรำข้าวจมูกข้าวนั้นเป็นอาหารเสริมที่เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยตั้งแต่วัยเด็กที่ใช้สำหรับบำรุงสมอง วัยหนุ่มสาวที่ต้องการให้ผิวพรรณผ่องใส บำรุงสุขภาพ สำหรับวัยทอง จนถึงวัยชรา โดยใช้เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มภูมิคุ้มกัน <span id="more-105"></span> นอกจากนั้นสารสำคัญในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ที่มีผลต่อการ ปรับ สมดุลของระบบเลือด (Blood Circulation) ทำให้เกิดผลดีในแง่ของการเพิ่มการ ไหลเวียนของเลือดและระบบควบคุมน้ำตาลในเลือดอีกด้วย</p>
<p><strong>ความพิเศษของ</strong><strong>น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว</strong></p>
<ol>
<li>
<div>เป็นแหล่งที่ ครบถ้วนด้วยสารอาหารที่สำคัญ ได้แก่ วิตามิน, กรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว และ กรดไขมันที่จำเป็น, สารต้านอนุมูลอิสระ, สารช่วยลดคอเลสเตอรอล, มีโปรตีนสูง อันจะช่วยให้บำรุงกล้ามเนื้อ<br />
ระบบเลือด ระบบประสาทและฟัน</div>
</li>
<li>
<div>ใช้การ บรรจุด้วยเทคโนโลยีพิเศษที่ง่ายต่อการรับประทาน และช่วยป้องกันการสูญเสียคุณภาพของน้ำมัน โดยมีแกมมาออริซานอลสูงเนื่องจากใช้กระบวนการทีไม่ผ่านความร้อน (บีบเย็น)</div>
</li>
<li>
<div>ให้คุณประโยชน์มากที่สุดจากรำข้าวและจมูกข้าว จากกระบวนการสีข้าวครั้งแรก</div>
</li>
</ol>
<p><strong>น้ำมันรำข้าวจมูกข้าว มีประโยชน์ต่อร่างกายดังนี้</strong></p>
<ol>
<li>
<div>ป้องกันโรคหัวใจและโรคที่เกิดจากหลอดเลือดตีบตัน</div>
</li>
<li>
<div>ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอร์ไรด์</div>
</li>
<li>
<div>บำรุงสมอง บำรุงระบบประสาท</div>
</li>
<li>
<div>ป้องกันโรคมะเร็ง</div>
</li>
<li>
<div>บำรุงผิวพรรณให้ผ่องใส และชะลอความแก่</div>
</li>
<li>
<div>ช่วยลดอาการผิดปกติจากโรคกระเพาะอักเสบ และโรคลำไส้</div>
</li>
<li>
<div>ควบคุมความสมดุลของระดับฮอร์โมนในร่างกาย และมีส่วนช่วยรักษาอาการผิดปกติ จากภาวะหมดประจำเดือนของสตรีวัยทอง</div>
</li>
<li>
<div>บำรุงดวงตา และระบบการมองเห็น ช่วยให้สายตาใช้งานได้ดีอยู่เสมอ</div>
</li>
<li>
<div>เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย</div>
</li>
<li>
<div>ช่วยให้หลับสนิท จิตใจเบิกบาน</div>
</li>
</ol>
<p><strong>จุดเด่นของผลิตภัณฑ์</strong></p>
<p>- มีปริมาณสารแกมม่าโอไรซานอลจำนวนมากที่สุดถึง 48 มิลลิกรัมต่อแคปซูล</p>
<p>- บรรจุภายใน Licap ซึ่งเป็นแคปซูลแข็งทำจากแป้ง ผ่านกระบวนการ hydrolysis ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยล่าสุด รูปทรงสวยงาม</p>
<p><strong>แกมม่า โอไรซานอล</strong> คือ สารสำคัญในน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าว ที่มีผลต่อการ ปรับ สมดุลของระบบเลือด (Blood Circulation) ทำให้เกิดผลดีในแง่ของการเพิ่มการ ไหลเวียนของเลือดและระบบควบคุมน้ำตาลในเลือด โดยบริเวณรอบๆเมล็ดข้าวซึ่ง เรียกว่ารำข้าว (Bran) จะพบสาร Gamma Oryzanol ในปริมาณน้อยกว่าที่พบบริเวณ จมูกข้าว (Germ) ซึ่งมีปริมาณเข้มข้นมากกว่า</p>
<p>ดังนั้น การสกัดน้ำมันรำข้าวและจมูกข้าวรวมกันจะให้ Gamma Oryzanol ใน ปริมาณน้อยมาก คือจะให้ Gamma Oryzanol แค่ 7.5 mg. หรือไม่ เกิน 8 mg. ต่อ แคปซูล (500 mg.) เท่านั้น โดยปริมาณ Gamma Oryzanol ที่ ร่างกายควรได้รับต่อวัน ต้องไม่ต่ำกว่า 75 mg. ต่อวัน แต่หากเราต้องการบริ โภค Gamma Oryzanol ให้มีผลต่อการรักษา เราควร บริโภค Gamma Oryzanol ถึง 75-200 mg. ต่อวัน (ตามข้อมูลผลงานวิจัยทาง วิชาการ)</p>
<p>สรุปได้ว่าหากเราจะบริโภค Gamma Oryzanol ในผลิตภัณฑ์น้ำมันรำข้าว จมูก ข้าว (Rice Bran and Germ Oil) ที่มี Gamma Oryzanol 7.5 mg. หรือ 8 mg.ต่อ เม็ด ก็เท่ากับว่าเราบริโภคเพื่อการบำรุงร่างกายเท่านั้น แต่หากเราต้องการ บริโภคเพื่อการรักษาจำเป็นต้องบริโภคถึงวันละ 10 – 40 แคปซูลต่อวัน ซึ่ง เป็นปริมาณจำนวนแคปซูลที่มากเกินจนลำบากในการรับประทาน และราคาก็คงแพงเกิน กว่าจะรับได้</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%80%e0%b8%a8%e0%b8%a9%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Rice Bran Oil and Grain-rich food.</title>
		<link>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/rice-bran-oil-info/</link>
		<comments>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/rice-bran-oil-info/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 12 Aug 2011 23:31:46 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bass</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[Grain rich food]]></category>
		<category><![CDATA[Rice Bran Oil]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://yourinspirationweb.com/demo/sommerce/?p=106</guid>
		<description><![CDATA[Important nutrients.(สารอาหารสำคัญ) In the grain shell and the actions Edra. Consists of 3 main parts. End of snout called grain germ. Fibers surrounding the grain known as rice bran. Meat, rice, white flour look is called grain. Grain-rich food a lot. But were confined to the germ and bran only The kernel of rice is [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>Important nutrients.(สารอาหารสำคัญ)</strong></p>
<p>In the grain shell and the actions Edra. Consists of 3 main parts.</p>
<ol>
<li>End of snout called grain germ.</li>
<li>Fibers surrounding the grain known as rice bran.</li>
<li>Meat, rice, white flour look is called grain.</li>
</ol>
<p>Grain-rich food a lot. But were confined to the germ and bran only The kernel of rice is almost all white flour and sugar so much that the ancient people who eat rice or rice Khgrysgoam hand, the germ and bran have stuck it in good health. Diabetes is not cancer, heart disease, Alzheimer disease, etc. Eurdt diseases like paralysis in the present.<span id="more-106"></span></p>
<p><strong>Extraction of rice bran oil.(<strong>น้ำมันรำข้าวสกัดเย็น)</strong></strong></p>
<p>Extracted by cold pressing method. This was almost as difficult in the case of rice bran. Because less oil. Unlike other soy, coconut, sesame, sunflower, but now can be done. It can extract the oil for about 2% by weight, germ oil and rice bran oil, Cold Pressed High Quality (made for food supplements), Cold Pressed Extraction is to squeeze oil from plant Without heat in the process at all. Since the preparation of raw materials. Until a final oil But during the process may cause thermal wear. But the temperature is transmitted to the oil must not exceed 40 degrees C is a high quality content is substantially higher, such as grammar Original San The million more than 10,000 PPM Vitamin E high as 1,000 PPM free fatty acids FFA for 4 of oil. germ and bran of rice through the heat will lose nutritional value.</p>
<p>Oil extraction process by solvent (For oil fried foods), the rice bran were extracted with a solvent (solvent) to a solvent oil to heat under vacuum to remove solvent. The rice bran oil (crude oil) then the crude rice bran oil (crude oil) that will be the acid. And contaminants. Not suitable for consumption. The oil color looks like the color out of the tears and the black sediment. And smell like kerosene which there is the smell of. Hexane (Hexane) to be used as a solvent (solvent) sure enough.  And the crude rice bran oil (crude. oil) went through the process of refining oil, rice bran, rice bran oil to be free of contaminants and suitable for consumption.</p>
<p><strong>How to consumers. (วิธีการบริโภค)</strong></p>
<p>To eat rice bran oil, 2 capsules per day, which is equal to 7 eat rice, fresh food, high-value tick no different from eating rice germ oil, fresh To be eating brown rice or Khgrysgoam hand has the advantage, but before you do it is not easy because white rice is even present. Brown is stuck with no germ. Because the germ is a small part. At the end of the grain. Polished lightly. I removed the germ and lost with rice husk. Therefore, innovation extraction of nutrients from the bran and germ. Into products Germ Oil Capsules. Makes eating easy portability, and nutrition is not changing is a good chance of a healthy baby.</p>
<p>Germ oil extraction process that has high nutritional value. Not through heat Because heat will cause some nutrients deterioration. And must be used uncooked rice germ and bran, so it has capacity to 3.5 germ oil, 1 capsule, so people who eat rice germ oil, 2 capsules per day is equal to eating rice, fresh capacity to 7 (almost 1 kg.)</p>
<p><strong>Benefits of rice bran oil.(ประโยชน์จากน้ำมันรำข้าว)</strong></p>
<p>Benefits of rice bran oil, rice germ.</p>
<ol>
<li>Prevent heart disease and stroke narrow Rice bran oil is extracted. Gamma-Oryzanol, Phytosterol, Tocopherol,.  Tocotrienol, Oleic Acid (Omega 9) a substance mentioned above.</li>
<ol>
<li>Reduce Claudia Leste objective of species of bad (LDL-Low Density Lipoprotein).</li>
<li>Reduce cholesterol. (Triglyceride).</li>
<li>Increased levels of HDL. (High Density Lipoprotein), a chlorinated The Coral Restaurant has health benefits. A result, blood circulation system in the body functioning organs such as heart, brain, liver, kidney Etc. work better. To prevent heart disease. And the constricted coronary artery disease, such as tons of ischemic heart disease, heart attack , Paralysis, paralysis etc.</li>
</ol>
<li>Prevent Diabetes. Rice bran oil is extracted element chromium, which when absorbed into the body. Into the circulatory system will function in the hormone insulin binding. The hormone insulin. Stable as long as the island of muscle cells. The hormone insulin more efficient. A result, blood sugar levels of diabetic control easier.</li>
<li>Prevent cancer in rice bran oil is extracted. Vitamin E group. (Tocopherol, Tocotrienol), The State of Coral plant (Phytosterol), gamma &#8211; Oh How The Santa million. (Gamma-Oryzanol), which substances mentioned above. With antioxidants. (Anti-Oxidant), which is a major cause of cancer.</li>
<li>Prevent eye disease in rice bran oil extracted with Pro Vitamin A &#8211; beta carotene, which can prevent diseases caused by vitamin A deficiency has. The tears of specific diseases, etc. In addition to express black hair shiny and healthy nails well.</li>
<li>Prevent Dementia in rice bran oil extracted Omega3, the vitamin E, gamma &#8211; The Old Road Santa million, Phospholipid. The substances mentioned above. Qualified to maintain the equilibrium of the nervous system. Nourish the brain extra memory. Prevent dementia. Al disease and may interfere.</li>
<li>Nourish your skin in rice bran oil extracted with Linoleic Acid (Omega 6), Squalene (Ceramide Group), which is an important component of the skin. Improves moisture Skin elasticity, reduce wrinkles and prevent UV radiation from the sun reduces the skin. Make it look clear and white.</li>
<li>To sleep in a rice bran extract. Substances stimulate the body substances as melatonin (Melatonin), which helps sleep. , Reduce stress.</li>
<li>Rich in nutrients that nourish the body. Rice bran oil is extracted. Many vitamins and minerals such as chromium, magnesium, manganese, zinc, C list Niam, iron, potassium potassium. Needed to work the cardiovascular system, nervous system, brain and other organs.</li>
<li>The circulatory system, improving the extraction of rice bran oil contains Policosanol (Poly San The million cattle) that this substance. Acts are Anti-platelet agent, a substance to prevent clogging of the arteries. Help heart disease patients. And cardiovascular disease. Have better blood circulation.</li>
</ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaibeautyhealth.com/blog/rice-bran-oil-info/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ประโยชน์ของน้ำมันรำข้าวจมูกข้าว</title>
		<link>http://www.thaibeautyhealth.com/wordpress/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.thaibeautyhealth.com/wordpress/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 26 Jul 2011 10:36:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>bass</dc:creator>
				<category><![CDATA[Fantasy]]></category>
		<category><![CDATA[WordPress]]></category>
		<category><![CDATA[ประโยชน์ของน้ำมันรำข้าว]]></category>
		<category><![CDATA[แอนโทไซยานิน]]></category>
		<category><![CDATA[โปรแอนโทไซยานิดิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://yourinspirationweb.com/demo/sommerce/?p=1</guid>
		<description><![CDATA[นักวิจัยเผยความมหัศจรรย์ของข้าว โดยเฉพาะ รำข้าวและจมูกข้าว มีสารสำคัญทั้งน้ำมันรำ เกลือแร่ วิตามิน สารต้านมะเร็ง บำรุงร่างกาย ป้องกันสารพัดโรค ข้าวมีสาร “แอนโทไซยานิน และโปรแอนโทไซยานิดิน” เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีและซี เรียกร้องเร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีเกลือแร่ วิตามิน โปรตีนสูง บีบน้ำมันได้มาก ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการดีเอ็นเอเทคโนโลยี ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ประเทศไทยมีความหลากหลายของพันธุ์ข้าว บ่งบอกถึงความพิเศษของข้าวในการเป็นแหล่งสะสมของธาตุอาหารและสารพิเศษ โดยสัดส่วนร้อยละ ๘๐ ของข้าวเป็นแป้ง อีกร้อยละ ๒๐ เป็นรำและจมูกข้าว ใน ทางอุตสาหกรรม ประเทศไทยยังนำเข้าแป้งจากข้าวสาลี เพื่อใช้ในการผลิตขนมปังและเบเกอรี่ ซึ่งหากไทยปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้แป้งมีความกรอบเหมือนแป้งข้าวสาลี จะลดการไหลออกของเงินปีละไม่น้อย ดร.สมวงษ์ กล่าวว่า แต่ละปี ประเทศไทยผลิตรำข้าวไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านตัน ซึ่งร้อยละ ๑๐ นำไปผลิตน้ำมันรำ ถือเป็นน้ำมันที่มีคุณภาพดี เนื่องจากมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ถึงร้อยละ ๗๗ มีกรดไขมันที่จำเป็นถึงร้อยละ ๓๑.๗ ทั้งยังเป็นแหล่งวิตามินอีและบี สารต้านอนุมูลอิสระ หรือสารต้านมะเร็ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>นักวิจัยเผยความมหัศจรรย์ของข้าว โดยเฉพาะ <strong>รำข้าวและจมูกข้าว</strong> มีสารสำคัญทั้งน้ำมันรำ เกลือแร่ วิตามิน สารต้านมะเร็ง บำรุงร่างกาย ป้องกันสารพัดโรค ข้าวมีสาร <span style="color: #008080;">“แอนโทไซยานิน และโปรแอนโทไซยานิดิน”</span> เป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ดีกว่าวิตามินอีและซี เรียกร้องเร่งพัฒนาพันธุ์ข้าวให้มีเกลือแร่ วิตามิน โปรตีนสูง บีบน้ำมันได้มาก<span id="more-1"></span></p>
<p>ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการห้องปฏิบัติการดีเอ็นเอเทคโนโลยี ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ประเทศไทยมีความหลากหลายของพันธุ์ข้าว บ่งบอกถึงความพิเศษของข้าวในการเป็นแหล่งสะสมของธาตุอาหารและสารพิเศษ โดยสัดส่วนร้อยละ ๘๐ ของข้าวเป็นแป้ง อีกร้อยละ ๒๐ เป็นรำและจมูกข้าว ใน ทางอุตสาหกรรม ประเทศไทยยังนำเข้าแป้งจากข้าวสาลี เพื่อใช้ในการผลิตขนมปังและเบเกอรี่ ซึ่งหากไทยปรับปรุงพันธุ์ข้าวให้แป้งมีความกรอบเหมือนแป้งข้าวสาลี จะลดการไหลออกของเงินปีละไม่น้อย</p>
<p>ดร.สมวงษ์ กล่าวว่า แต่ละปี ประเทศไทยผลิตรำข้าวไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านตัน ซึ่งร้อยละ ๑๐ นำไปผลิตน้ำมันรำ ถือเป็นน้ำมันที่มีคุณภาพดี เนื่องจากมีกรดไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ถึงร้อยละ ๗๗ มีกรดไขมันที่จำเป็นถึงร้อยละ ๓๑.๗ ทั้งยังเป็นแหล่งวิตามินอีและบี สารต้านอนุมูลอิสระ หรือสารต้านมะเร็ง มีสารช่วยลดไขมันคอเลสเตอรอล จึงถือว่า <strong>น้ำมันรำข้าว</strong> เป็นน้ำมันเพื่อสุขภาพ แต่ ที่ผ่านมา ยังไม่มีการปรับปรุงพันธุ์ข้าวในประเทศไทยให้มีน้ำมันมาก มีโปรตีนสูง และน้ำมันไม่หืน ซึ่งหากเราพัฒนาพันธุ์ข้าวในลักษณะดังกล่าวได้ จะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับข้าว</p>
<p>“ข้าวจัดเป็นอาหารที่มหัศจรรย์ มีทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต นอกจากนั้น ยังมีวิตามินที่จำเป็นต่อร่างกาย มีมากใน <strong>รำข้าวและจมูกข้าว </strong>ทั้ง <em>วิตามินเอ</em> <em>วิตามินบี</em> ชนิดต่าง ๆ วิตามินซี และดี รวมทั้งเกลือแร่ อันเป็นส่วนประกอบสำคัญของ กล้ามเนื้อ เลือด ระบบประสาท ฟัน ช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินไปใช้ได้ดี ข้าวมีแคลเซี่ยม โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก เป็นต้น นอกจากนั้น ใน <strong>รำข้าวและจมูกข้าว</strong> ยังพบสารต้านมะเร็ง ป้องกันเซลล์ผิดปกติได้ดีกว่าวิตามินอีและวิตามินซี ถึง ๑๐ เท่า” ดร.สมวงษ์ กล่าว</p>
<p>นอกจากนี้ ยังมีการวิจัยพบว่า สารแอ นโทไซยานิน และโปรแอนโทไซยานิ ดิน ซึ่งทำให้ข้าวบางพันธุ์มีสีพิเศษ เช่น ข้าวมีสีดำ สีแดง สีน้ำตาล สีเหลือง มีประโยชน์ ต่อร่างกาย คือ เป็นสารที่มีคุณสมบัติต้าน มะเร็ง ทำให้เซลล์ในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ลดการอักเสบของผิวหนัง ลดริ้วรอยทำให้ผิวพรรณผ่องใส ผมดกดำ ทำให้เซลล์สมองทำงานได้ดี ส่งผลให้มีความจำดี</p>
<p>“ประเทศเรามีข้าวหลากหลายพันธุ์ เป็นความหลากหลายที่เราสามารถพัฒนาให้เกิดประโยชน์ได้ นำเทคนิคการปรับปรุงพันธุ์ให้ข้าวไทยมีธาตุเหล็ก มีปริมาณน้ำมัน มีเกลือแร่ วิตามินเพิ่มขึ้น มีกระบวนการนำสิ่งเหล่านี้มาเพิ่มมูลค่า ต่อไปเกษตรกรจะไม่ใช่คนที่ยากจนแล้ว” ดร.สมวงษ์ กล่าว</p>
<p>ปัจจุบัน ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติฯ พัฒนาสารสำคัญในข้าวผลิตเป็นอาหารเสริม ขนมคุกกี้ สบู่ แชมพูสระผม และเครื่องสำอางอีกหลายชนิด</p>
<p><em>แหล่งที่มา :  เวปไซต์สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ</em></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thaibeautyhealth.com/wordpress/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%82%e0%b8%a2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%a3%e0%b8%b3%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

